หัวเราะคือยาวิเศษ

posted on 16 Dec 2011 20:34 by neogestapo
ในช่วงหยุดยาวเพราะน้ำท่วม เลยมีโอกาศได้รื้อหนังสือออกมาอ่าน
และแน่นอว่าไม่ใช่หนังสือเรียน ฮ่าๆๆๆ
เรื่องที่จะเล่ามาจากนิตยสาร Reader's Digest 
เรื่องที่ชอบอ่านมากที่สุดก็คือเรื่องตลก
ซึ่งคนทางบ้านจะส่งมาให้นิตยสารอีกที หรือไม่ก็เอามาจากที่ต่างๆ
มีบางเรื่องที่ชอบเลยอยากเล่าต่อ ฮ่าๆๆ
 
 
จาก "หัวเราะคือยาวิเศษ"
 
บาทหลวงถามบรรดาผู้มาฟังเทศน์ว่า "คุณอยากให้แขกในงานศพพูดถึงคุณว่าอย่างไร"
สมาชิกคนที่หนึ่งบอกว่า "ผมอยากให้พูดว่าผมเป็นคนรักครอบครัว"
สมาชิกคนที่สองบอกว่า "อยากให้พูดว่าผมเป็นคนมีน้ำใจ"
สมาชิกคนที่สามบอกว่า "อยากให้ทุกกคนพูดว่า ดูสิ เขายังไม่ตาย!" 
(อ่านแล้วก็แบบว่า เอออินี่คิดได้ แต่ก็จริงอะ)
 
 
อีกเรื่อง
 
เคยได้ยินเรื่องคนมองโลกในแง่ดีที่สุดในโลกตกตึกชั้นที่ 79 หรือไม่
รายงานข่าวยืนยันว่า ขณะที่ร่างของเขาลอยละลิ่วผ่านชั้นที่ 20
มีคนได้ยินเขาตะโกนว่า "อีกไม่ถึง 20 ชั้น สบายมาก" 
(มองโลกในแง่ดีมากจริงๆ!)
 
 

 

 

edit @ 16 Dec 2011 20:59:54 by NeoGestapo

edit @ 16 Dec 2011 21:03:11 by NeoGestapo

 
จากการไปร่วมแจมเสวนาภาพยนตร์เยอรมันมา
ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่อยากไปดูหนังฟรี
แล้วยังเป็นหนังเยอรมันด้วยแล้ว ก็หาดูได้ยากอยู่
วันนี้ภูมิใจเสนอหนังเรื่อง
"Die Welle" (2008) แปลเป็นอังกฤษได้ว่า "The Wave"
(กดดูตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่ชื่อเรื่องนะคะ)
 
 
 
ของดั้งเดิมมาจากหนังสือนิยายของอเมริกา
The Wave (1981) แต่งโดย Todd Strasser
 

 
 จากชื่อเรื่องแล้ว อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นหนังเกี่ยวน้ำท่วมโลก
หรืออะไรแบบนั้น เพราะที่จริงเป็นเรื่องของ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนประวัติศาสตร์
เกี่ยวชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยนาซีเยอรมัน
เมื่อเด็กนักเรียนตั้งคำถามกับอาจารย์ว่า
ทำไมคนมากมายถึงได้เชื่อคำพูดของคนๆเดียว
ขนาดนั้น เหมือนกับคนทั้งประเทศถูกล้างสมองพร้อมๆกัน
 เพื่อการตอบคำถามที่ชัดเจนและเห็นภาพที่สุด ก็เลยต้อง
จำลองสถานการณ์ ให้ห้องเรียนเป็นเหมือนสมัยนาซี
โดยอาจารย์เป็นท่านผู้นำ ส่วนนักเรียนเป็นเหมือนทหารนาซี
ที่ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด


 
เริ่มต้นด้วยความสนุกสนานกันในตอนแรกแต่
การทดลองครั้งนี้เหมือนจะเกินควบคุม เพราะ
ทุกคนกลายสภาพเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้คำสั่งของท่านผู้นำอย่างชัดเจน

เป็นเรื่องที่น่ากลัวที่เดียวค่ะ ที่เห็นว่าคนหมู่มาก
สามารถถูกคนๆเดียวควบคุมได้อย่างอยู่หมัด
โดยปราศจากข้อโต้แย้ง ไม่ตั้งคำถามต่อผู้นำ
ไม่ข้องใจในคำสั่ง เพียงแต่บอกมาก็จะปฏิบัติตามทันที
 
แต่ก็ทำให้เห็นข้อดีบางประการของการปกครองแบบนี้
ซึ่งก็คือการปกครองแบบ "อัตตาธิปไตย" หรือ "Aotucracy"
ซึ่งก็คือระบอบเผด็จการนั้นเองค่ะ

 
ข้อดีคือ ความเป็นเอกภาพจะเห็นได้ชัดเจนมาก
เพราะทุกคนจะปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมในกลุ่มของตน
เมื่อชึ้นชื่อว่าเป็นสมาชิกแล้วก็จะช่วยเหลือดูแลกันและกัน
ทำให้เกินเป็นพลังของกลุ่ม สามารถขยายสมาชิกเพิ่มได้รวดเร็ว
และเกิดคามเข้มแข็ง ในการร่วมมือกันทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ

แต่ตอนจบค่อนข้างจะสะเทือนใจมากพอสมควร TT^TT
 
นอกจากเวอชั่นเยอรมันแล้ว ยังมีที่เก่ากว่านี้เป็น
ของอเมริกาค่ะ ชื่อเรื่องว่า"The Wave" (1981)
 

(สามารถหาดูได้ที่ youtube คะ เก่าจริงอะไรจริง)
เนื้อหาโดยรวมจะไม่ต่างกันมาก แต่จะต่างกันในบทสรุป
 
โดยส่วนตัวแล้วชอบการดำเนินเรื่องของเวอชั่นเยอรมัน
แต่ชอบบทสรุปแบบอเมริกามากกว่า
ของเยอรมันเครียดมาก จบสะเทือนอารมณ์จริงๆจังๆ

คิดว่าอาจจะเป็นเพราะคนเยอรมันกลัวว่าการปกครอง
แบบนี้จะกลับมาอีกครั้ง เพราะปัจจุบันนี้แนวความคิดความเชื่อแบบ
ในสมัยนาซีเยอรมันก็ยังคงมีอยู่ จะเห็นได้จากยังคงมี
กลุ่มสกินเฮด (Skinhead) หรือ นีโอนาซี (NeoNazi)
ก็เลยทำหนังเรื่องนี้ออกมาให้รุนแรงกว่าต้นฉบับ

 
__________________________________
ที่มา
http://www.imdb.com/title/tt1063669/
http://thebestnotes.com/booknotes/Wave_Strasser/The_Wave_Study_Guide01.html

edit @ 9 Jul 2011 01:49:56 by NeoGestapo